โควตายูโรป้าลีค ที่ต้องชาบูน้ามู

สเปอร์สเป็นอีกหนึ่งที่ต้องบอกว่า พวกเค้าต้องเจอกับฤดูกาลอันยากลำบากเหมือนกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมแบบคนละขั้ว ไหนจะการต่อต้านจากแฟนบอล บวกโควิท 19 บวกกับผลงานในสนามที่ตกลงไปอย่างน่าใจหายอีก อย่างไรก็ตามอุปสรรคที่ผ่านมา ชายที่ชื่อว่า มูรินโญ่ ก็พาทีมกลับมาได้ในอันดับที่ 6 พร้อมกับคว้าตั๋วไปยูโรป้าลีค แบบต้องชาบูน้ามูกันเลย

เกมที่ดูไร้ทิศทาง

การเข้ามาของน้ามู ต้องบอกว่าทีมตอนนั้นปั่นป่วนอย่างมากทีเดียว เพราะว่าตอนแรกที่พอชคุม ทีมสเปอร์สเป็นทีมที่เน้นการบุกเข้าทำตลอดเวลา เน้นเกมบุกเพื่อเอนเตอร์เทนคนดูให้สนุกสนาน แต่พอเป็นน้ามู ทุกอย่างมันกลับตรงกันข้าม ฟุตบอลกลายเป็นเรื่องเนกาทีฟ รับเน้นๆเพื่อเอาสกอร์ เก็บแต้มตามต้องการ อย่างไรก็ตามก็เป็นน้ามูนี่แหละที่ทำให้ทีมที่ดูไร้ทิศทางกลายเป็นทีมที่มีหัวเสือ หางเสือไปทางเดียวกัน แม้จะเป็นการเน้นเกมรับก็จริงแต่มันก็ยังดีกว่าสับสนไปมา

เก็บแต้มได้ตามต้องการ

แต้มของสเปอร์สตอนปิดซีซั่นก็คือ 59 แต้ม ได้อันดับที่ 6 ไปเล่นยูโรป้าลีค หากมองว่าเค้าจะเป็นหนึ่งในทีมใหญ่ของพรีเมียร์ลีคทำได้แค่นี้ถือว่าน้อยมาก แต่ว่ามองให้ลึกลงไปก่อนน้ามูจะเข้ามา พวกเค้าตกลงไปอยู่อันดับที่ 10 ของตารางเลยนะ พอเป็นน้ามูเข้ามาคุมทีม แม้จะเป็นฟุตบอลที่แฟนสเปอร์สหลายคนไม่ชอบแต่ต้องยอมรับว่ามันเก็บแต้มได้ตามต้องการ เก็บผลชัยชนะในเกมสำคัญได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเกมเอาชนะเลสเตอร์ 3-0 เอาชนะอาร์เซนอล 2-1 ชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0  แม้จะมีเกมที่ไม่ดีอย่างเสมอ บอร์นมัธ 0-0 หรือ แพ้เชฟฟิลด์ไป 3-1 แต่โดยรวมผลงานของน้ามู ก็น่าพอใจไปถึงเป้าหมายได้ตามต้องการ ไม่งั้นบอกเลยว่า อยู่ที่ 10 หรือต่ำกว่านั้น

ความยากของทีมในกลุ่มเดียวกัน

ทีนี้หันไปมองในตารางคะแนนหากไม่นับเลสเตอร์ ที่โดนเบียดลงมาจากกลุ่มลุ้น UCL แล้ว ทีมในกลุ่มที่แย่งตั๋วไปยูโรป้าลีค มีแต่ทีมฟอร์มดีด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น วูลฟ์, อาร์เซนอล และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่น้ามูของสเปอร์สก็สามารถแทรกจนแซงทั้งหมดมาได้ ถือว่าต้องชาบูกันแล้วชั่วโมงนี้ อย่าไปเอาแต่ตำหนิแกเลย ไปเล่นยูโรป้าลีค ก็ยังมีอะไรดีๆอยู่นะ

เราได้เห็นอะไรจากการลงสนามของ ป็อกบา

แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีใครอยากพูดถึงทีมรักตัวเองสักเท่าไร เอาแค่มองดูคู่รักคู่แค้นอย่างลิเวอร์พูลยืนชูถ้วยสโมสรโลกก็น่าอิจฉาแล้ว ตัดภาพกลับมา แมนยูที่รัก กล้าๆแพ้ทีมท้ายตารางอมบ๊วยอย่าง วัตฟอร์ดไป 2-0 ด้วย ยิ่งห่อเหี่ยวไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตามในความพ่ายแพ้ของเกมนั้นก็ยังพอมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นบ้างเมื่อ กองกลางป็อกบา กลับมาลงสนามแล้ว เราได้เห็นอะไรจากการลงสนามของเค้ากันบ้าง

การจ่ายบอลแบบ killer pass

การเล่นของป็อกบา ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยก็คือ การจ่ายบอลเพื่อให้กองหน้าเข้าทำประตูในเขตพื้นที่สุดท้าย อันนี้ยอมรับเลยว่าสุดจริง การจ่ายบอลที่เรียกว่า killer pass หายไปตั้งแต่ป็อกบาไม่ได้ลงสนาม พอเค้าลงมาการจ่ายบอลของเค้าทำให้กองหน้ามีโอกาสวิ่งควบเข้าไปทำประตูได้ง่ายขึ้นทั้งการจ่ายทะลวงตรงกลาง หรือ จ่ายตัดข้างเพื่อให้ตัดไปรับบอลก่อนจะเปิดเข้ากลาง หวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ดของทีมต่อไป

ป็อกบามา หมากก็มา

อีกหนึ่งนักเตะที่ดูเหมือนกลับมามีชีวิตชีวาหลังจาก ป็อกบา ลงมาเล่น นั่นก็คือ มาร์คซิยาล กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสที่ก่อนหน้านี้ได้รับโอกาสหลายครั้งแต่ก็เหมือนไม่ลงล็อคสักที พอป็อกบาลงมาเท่านั้นแหละ เจ้าตัวดูเด่นขึ้นมาทันที การรับส่งบอลชิ่งหนึ่งสองกับป็อกบา ทำให้เจ้าตัวกล้าเล่น กล้าวิ่งกว่าเดิม พูดง่ายๆว่าเซนส์บอลมันทันกันแถมคนบ้านเดียวกันอีกมองตารู้ใจก็กล้าเล่นมากขึ้น

ฝ่ายตรงข้ามมีชะงักได้เหมือนกัน

พอป็อกบาลงมาแม้ว่าจะทำอะไรมากไม่ได้ แต่สิ่งที่เห็นก็คือ วัตฟอร์ดเองก็มีอาการชะงักไปบ้างเหมือนกัน นักเตะวัตฟอร์ดรู้ว่าหากเข้าแย่งบอลพรวดพราวอาจจะโดนหลอกแล้วจ่ายบอลทะลุช่องไปได้ กลายเป็นข่มฝ่ายตรงข้ามได้นิดๆ แม้จะผิดหวังแพ้เกมนี้แต่ก็หวังว่าเกมต่อๆไป ป็อกบา จะรักษาความฟิตให้ดีขึ้นจนกลับมาเป็นแกนหลักของทีมได้เหมือนเดิม